7 ไอเดียการใช้ Facebook Messenger ทำธุรกิจ ที่คุณก็ทำได้

G VIllage Team

รู้หรือไม่? ประชากรโลกกว่าพันล้านคนใช้ Facebook Messengerเป็นหนึ่งในโปรแกรมแชท และรู้หรือไม่ว่า ปัจจุบันโปรแกรมแชทนั้นกำลังเป็นที่นิยมมากกว่าตัวโซเชียลมีเดียหลักเสียอีก

 
messaging-apps-vs-social-networks.png
 

ผลสำรวจจาก BI Intelligence ระบุว่า 4 โปรแกรมแชทที่เป็นที่นิยมมากที่สุดทั่วโลกอย่าง Facebook Messenger, Whatsapp, We Chat และ Viber มียอดการใช้งานในแต่ละเดือนพุ่งสูงสุดรวมกว่า 3 พันล้านบัญชี ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2017 แซงหน้า 4 โซเชียลมีเดียยอดฮิตอย่าง Facebook, Instagram, Twitter และ LinkedIn ไปกว่า 500 ล้านบัญชี และมีแนวโน้มว่าจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ และนั่นเป็นเหตุผลว่า ทำไม Facebook Messenger ถึงกลายเป็นอีกช่องทางที่น่าสนใจในการทำธุรกิจ 

แล้ว Facebook Messenger จะช่วยเราได้อย่างไร วันนี้เรามี 7 ไอเดียที่จะทำให้ Facebook Messenger กลายมาเป็นอีกเครื่องมือคู่ใจบนเส้นทางธุรกิจของคุณ

1. ส่งข้อความของคุณไปได้ถึงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

แม้ว่าวิธีเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ง่ายและเราคุ้นเคยที่สุด คือการส่งอีเมลออกไปถึงลูกค้าโดยตรง แต่ในขณะเดียวกัน จากการสำรวจโดย HubSpot  ด้วยการส่งแบบสอบถามให้ผู้ใช้สื่อออนไลน์ตอบกลับผ่านทางอีเมล และเปิดให้ตอบกลับผ่านทาง Facebook Messenger ได้อีกช่องทางหนึ่ง พบว่าส่วนใหญ่เลือกที่จะตอบกลับทาง Facebook Messenger มากกว่า ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเทียบอัตราการเปิดอ่านระหว่างอีเมลกับ Facebook Messenger พบว่าอัตราการเปิดอ่านและการคลิกผ่าน Facebook Messenger นั้นมีมากกว่าอีเมลกว่า 2 และ 6 เท่าตามลำดับ ดังนั้นถ้าอยากให้ข้อมูลข่าวสารของคุณไปให้ถึง และได้รับการตอบกลับจากกลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้น Facebook Messenger ก็เป็นช่องทางที่น่าสนไม่น้อย

hubspot-messenger-vs-email.png

2. หยิบยื่นเรื่องราวที่น่าสนใจให้กลุ่มเป้าหมาย

นอกจากส่งข่าวสารและโปรโมชั่นต่าง ๆ จากแบรนด์แล้ว อีกหนึ่งทริคที่น่าสนใจและถูกใช้กับบริษัท อาทิ Whole Foods Market, Food Network และ TechCrunch ก็คือการใช้ Chatbot ช่วยกลุ่มเป้าหมายค้นหาคอนเทนต์ที่น่าสนใจซึ่งอยู่ในรูปแบบของบทความออนไลน์โดยมีลิงก์พาผู้อ่านไปยังเว็บไซต์ของแบรนด์ การใช้ Chatbot ในลักษณะนี้จะทำให้เราสามารถเลือกส่งคอนเทนต์ตรงกลุ่มความสนใจได้มากขึ้น อีกทั้งยังสามารถดึงผู้ติดตามเพจให้เข้าไปชมเว็บไซต์ได้มากขึ้นอีกด้วย

 
techcrunch-messenger-chatbot-1.gif
 

3. สร้างการมีส่วนร่วมบนอีเวนท์ต่างๆ

การเข้าร่วมอีเว้นท์ผ่าน Facebook Messenger นับเป็นอีกช่องทางที่ช่วยแจ้งเตือนและสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้ติดตามแฟนเพจได้อย่างดี ดังที่ได้กล่าวไปในข้อแรกว่า อัตราการเปิดและตอบกลับบน Facebook Messenger นั้นมีมากกว่าอีเมล และนอกจากการร่วมกิจกรรมกันแบบ Real-Time บนอีเว้นท์ Facebook แล้ว Facebook Messenger ก็ยังรองรับกับอีเว้นท์บนเว็บไซต์อื่น ๆ ได้อีกด้วย

 
hubspot-messenger-event.png
 
hubspot-facebook-messenger-event.png

4. พาไปสู่การซื้อ-ขายจากโฆษณา

เนื่องจาก Facebook Messenger นับว่าเป็นน้องใหม่มาแรงในวงการมาร์เก็ตติ้ง จึงสามารถเรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ไม่น้อย อีกหนึ่งไอเดียในการใช้ประโยชน์จาก Facebook Messenger ก็คือการใช้ Messenger ads ประเภทที่เรียกว่า click-to-Messenger ads เห็นได้จากตัวอย่างโฆษณาของ Chevrolet ที่เมื่อคลิปปุ่ม Learn more ตรงมุมขวาล่างของโฆษณา จะลิงก์ไปสู่ Messenger ซึ่งสามารถสอบถามข้อมูลและสั่งซื้อสินค้าได้ทันที

 
leads-chatbot.png
 

5. เพิ่มประสิทธิภาพการขาย

โฆษณาแบบ Messenger ads ไม่ได้มีเพียงแค่ click-to-Messenger ads ดังที่กล่าวไปเท่านั้น โฆษณาอีกประเภทที่สามารถนำมาใช้ประกอบกันเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขายได้คือ sponsored messages วิธีใช้โดยทั่วไปของโพสต์โฆษณานี้ก็คือ หลังจากที่ผู้ใช้ Facebook กดปุ่ม Learn more เพื่อสอบถามสินค้า หรือเข้าชมแฟนเพจของแบรนด์ sponsored messages จะปรากฏบนหน้า News Feed ของผู้ใช้ Facebook นั้น ซึ่งนั่นทำให้แม้ว่าจะยังไม่ได้ตัดสินใจซื้อสินค้าในครั้งแรกที่เข้าไปเยี่ยมชมเพจหรือสอบถามรายละเอียด แต่การโผล่ขึ้นมาบ่อย ๆ หลังจากนั้นก็สามารถช่วยเพิ่มแนวโน้มการซื้อสินค้าให้มากขึ้นได้

 
facebook-messenger-ad-examples.png
 

6. เข้าถึงเป้าหมายแบบใกล้ชิดขึ้นอีกขั้น

นอกจากโฆษณาบนหน้าหลักของ Facebook แล้ว รู้หรือไม่ว่าเราสามารถวางโฆษณาลงบนหน้าหลักของแอป Facebook Messenger ได้เหมือนกัน โดยเมื่อแตะโฆษณาบนหน้าหลักของแอปแล้ว จะพาไปสู่หน้าเว็บไซต์ หรือหน้าแชทของแบรนด์ทันที การวางโฆษณาในลักษณะนี้จึงสามารถเข้าใกล้กลุ่มเป้าหมายได้มากขึ้นกว่าเดิม

 
 

7. เตรียมพร้อมให้คำตอบได้อย่างทันที

อย่างที่ได้กล่าวไปในหลาย ๆ ข้อก่อนหน้านี้ ด้วยความที่ Facebook Messenger เป็นแพลตฟอร์มที่มีอัตราการตอบกลับจากผู้ใช้ที่มากกว่าช่องทางอื่น ๆ รายงานจาก Facebook IQ ระบุว่าจากการสำรวจจากผู้ใช้ Facebook บนมือถือ 12,500 รายทั่วโลก 56% ชอบใช้ Messenger ติดต่อกับแบรนด์แทนการโทรหา Call Center อีกทั้งจากงานวิจัยของ Sprout Social พบว่า ลูกค้ามักคาดหวังให้แบรนด์ตอบกลับ Messenger ภายใน 4 ชั่วโมง และ 30% ระบุว่าหากไม่ได้รับการตอบกลับจะมีแนวโน้มเปลี่ยนไปใช้แบรนด์คู่แข่งแทน นั่นทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า การเตรียมความพร้อมให้คำตอบและคำปรึกษากับลูกค้าอยู่เสมอ เป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจบน Facebook Messenger ที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลย

 
cost-of-ignoring-social-messages.png
 






G Village Team
Creative Community open for creative+artist to meet with Brand owners to inspire the ideas, co-creating and producing creative works ( Design I TV I Vdo I Web+Mobile I Photography )with full ranges of facilities and equipments support in one roof.