แถลงข่าวภาพยนตร์ "มะลิลา"

G VIllage Team

 
A0019619.jpg
 

แถลงข่าวเปิดตัวภาพยนตร์เรื่อง "มะลิลา" เป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ภาพยนตร์กระแสดีที่คนรอชม ผลงานลำดับที่สองของ “อนุชา บุญยวรรธนะ” โดยจี วิลเลจ สตูดิโอของเราก็เป็นผู้ผลิตหนังเรื่องนี้เองอีกด้วย  

ประเด็นที่เห็นได้ในภาพยนตร์หลัก ๆ คือเรื่องพุทธศาสนา ความรัก และศิลปะการทำบายศรี  เรามาร่วมพูดคุยกับผู้กำกับ และนักแสดง เพื่อให้ได้รู้จักภาพยนตร์เรื่อง “มะลิลา” กันมากยิ่งขึ้นดีกว่าครับ

คอนเซ็ปต์ของมะลิลา ตั้งใจทำออกมาให้เป็นแนวไหน ?

นุชี่ : เราอยากให้หนังเล่าเรื่องอย่างเรียบง่าย บอกเล่าเรื่องราวความรักของผู้ชาย 2 คน ซึ่งก็จะผสมผสานกับการทำบายศรี และพุทธศาสนา เรามองแล้วก็เป็นเหมือนการผสานองค์ประกอบที่ไม่น่าจะเชื่อมกันได้ แต่มันกลับผสานกันได้อย่างดี

 
A0019530.jpg
 

เห็นว่าหนังมะลิลา ได้รับรางวัลหลากหลาย รู้สึกอย่างไร?

นุชี่ : เวลาเราได้รางวัลต่าง ๆ มา ก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น เพราะหนังเรามันเป็นเรื่องของศิลปะไทย เรื่องของพุทธศาสนา เราก็กลัวว่าคนดูต่างชาติจะไม่เข้าใจ! พิธีบายศรีก็ไม่รู้จัก! พุทธศาสนาก็ไม่รู้เรื่อง แต่พอเขาดูแล้ว คนดูกลับร้องไห้ ซาบซึ้ง เข้าใจ เขาบอกเราว่าฉันไม่เคยรู้เรื่องบายศรี ไม่รู้เรื่องศาสนาพุทธมาก่อน แต่ว่าฉันดูหนังของคุณแล้วฉันเข้าใจ ซาบซึ้ง ก็ถือว่าเราประสบความสำเร็จ แล้วยิ่งได้รางวัลคิมจีซอก อวอร์ด (รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติปูซาน) มันก็ยากอยู่แล้ว และยังได้รับเลือกไปฉายในเทศกาลระดับนานาชาติ มันเป็นอะไรที่ยาก อย่างที่สิงคโปร์ก็เป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีชื่อเสียง ซึ่งเราก็รู้สึกว่าอย่างน้อยคนดูที่เป็นชาวต่างชาติเขาก็เข้าใจหนังของเรา แต่ว่าเราก็คิดว่าคนไทยเวลาดูหนังเรื่องนี้แล้วจะเข้าใจมากที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัว ทุกคนสามารถมีประสบการณ์ร่วมได้ มีอารมณ์ร่วมกับหนังได้ ก็คิดว่าน่าจะซาบซึ้ง

เวียร์ ศุกลวัฒน์ ก็ยังได้เสนอชื่อเข้าชิง Asian Film Award ในสาขาดารานำชายยอดเยี่ยมอีกด้วย

นุชี่ : ใช่.. อันนี้เราดีใจมากนะ เพราะนักแสดงที่มีชื่อเป็นที่ยอมรับในเวทีสากล เราก็จะนึกถึงดาราจีนฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น หรืออาจจะมีอิหร่าน พวกเขาเล่นเก่งได้รางวัล แต่ไทยเนี่ย ยังไม่เคยมีดารานักแสดงไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติในเวทีที่ใหญ่ขนาดนี้มาก่อน กสรได้ชิงดารานำชายมันยิ่งใหญ่มาก เราคิดว่ามันสำคัญ ทำให้เราอยากให้ทุกคนได้ดูหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไปหรือคนในวงการ อยากให้ดูเพราะมันอาจจะช่วยให้เป็นแนวทางหนึ่งในการพัฒนาบางอย่างในวงการบันเทิงไทย

มาในส่วนของนักแสดง เพราะอะไรถึงรับเล่นบทนี้ และมีการเตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?

โอ :  ตอนได้ยินชื่อเรื่องว่า..มะลิลา มีเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก เกี่ยวกับพุทธศาสนา แล้วก็ความสูญเสีย เราก็คิดว่าเรื่องราวมันจะเป็นยังไงหนอ เนื่องจากภาพยนตร์มันไม่ได้เป็นบทที่เข้าใจได้ง่ายนักในการอ่านรอบแรก แล้วก็มีการพูดคุยกันว่าสิ่งที่ผู้กำกับต้องการ ภาพที่ต้องการทำเป็นแบบไหน ซึ่งเราก็เห็นถึงความงดงาม ความตั้งใจ เห็นคน ๆ นึง(นุชี่) ที่ทุ่มเทขนาดไหนในการเข้าใจทุกอย่างของตัวละคร เพราะฉะนั้นการที่เขาเข้าใจในสิ่งที่เขาเขียน เข้าใจในสิ่งที่ต้องการจะสื่อ จะอธิบาย แล้วเขาเลือกเรา เราก็รู้สึกว่าขอบคุณมากที่ไว้ใจ ที่ส่งบทนี้มาให้ หลังจากนั้นมันก็มีความท้าทายต่าง ๆ นานา เพราะว่ามันเป็นบทละครที่มันมีความไกลตัวและซับซ้อนมาก ในแง่ของการแสดงคือมันยากมาก โอก็รู้สึกว่ามันเป็นความท้าทายว่าเราจะผ่านมันไปได้ไหม? แถมยังต้องลดน้ำหนักถึง 7 กิโล เพื่อรับบทนี้อีกด้วย

 
A0019543.jpg
 

เวียร์ : ด้วยเรื่องราวของเชน ก็คือมีพาร์ทที่จะต้องบวช แล้วสังเกตดูก็จะเห็นว่าเป็นพระที่อยู่ในป่า เป็นพระธุดงค์ ซึ่งก็จะมีฉากหนึ่งที่ต้องปฏิบัติ เรียกว่า
อสุภะกรรมฐาน ก็คือการเพ่งจ้องซากศพ นุชี่ก็พาผมไปเวิร์คช็อป จริง ๆ ผมก็คิดว่ามันไม่ต้องถึงขนาดนั้นรึเปล่า? แต่ก็ไปนะ ก็ไปเสิร์ชหา และปรากฏว่ามันก็มีในประเทศไทยที่เขาทำแบบนี้อยู่ที่นครนายก  เป็นหลักสูตรเร่งรัดครับ วันเดียว ก็คือไม่ต้องเตรียม ไม่ต้องสร้างสมาธิอะไรทั้งนั้น ก็ไม่รู้ว่าหน้างานจะเป็นยังไง ก็คิดว่าน่าจะอยู่กันหลาย ๆ คนที่มาปฏิบัติ แล้วก็อาจจะเป็นซากศพอยู่ในโลงศพโลงแก้วให้เราได้เห็น นั่งสมาธิรวม ๆ กัน เพ่งดูว่าสุดท้ายแล้วมนุษย์ก็ต้องสลายไป ไม่จีรัง ให้เกิดสมาธิขั้นต้น

 
A0019547.jpg
 

นุชี่ : เพราะว่าเราต้องการให้เขาดูเป็นพระจริง ๆ การเป็นพระธุดงค์มันยากนะคะ ถ้าเอาดาราที่ไม่ได้ทำเวิร์คช็อปมาเนี่ย ก็นึกไม่ออกเลยว่าจะเล่นเป็นพระยังไง ก็ต้องทำนิ่ม ๆ เสียงเย็น ๆ เราไม่ต้องการพระที่เป็นเหมือนรูปเคารพคะ เราต้องการพระที่มีความเป็นมนุษย์

โอ : ตอนแรกที่ติดต่อมาเราก็รู้อยู่แล้วว่าต้องมีฉากเลิฟซีน ฉากเปลือยกาย เราก็มีการพูดคุยกันก่อนว่ามันมากแค่ไหน นุชี่ก็พูดบอกว่า ฉันไม่ได้ต้องการความแรง ฉันต้องการความจริง ในท้ายที่สุดมันก็คือเราต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงในหนัง แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องมีอะไรกันจริง ๆ แต่มันต้องให้ดูสมจริงมากที่สุด คือดูตามความเป็นจริง เพราะหนังบางเรื่องอาจจะมีท่าที่สวยงามแต่ดูไม่จริง คือเราต้องทำให้ดูงดงามแต่ยังมีความดูสมจริงอยู่ในนั้น

ภาพยนตร์เรื่องนี้อยากจะฝากอะไรให้กับคนดู

 
A0019509.jpg
 

เวียร์ : ดีใจมากที่ได้ตัดสินใจเป็นส่วนหนึ่งของมะลิลา ของนุชี่และทีมงานทุกคนนะครับ เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องหนึ่งที่ผมภูมิใจมาก แล้วก็รักมาก ๆ ดูไม่ยากนะครับ ครั้งแรกที่ผมไปดู ก็พร้อมกับพี่โอที่ปูซาน นั่นคือครั้งแรกของผมเหมือนกัน ก็คิดว่าจะดูยากหรือเปล่า แต่เราดูคัตติ้งแรกด้วยกันมาแล้วที่ถ่าย มันละมุนละไม ผมชอบครับ ผมไม่ติดอะไรเลย ตอนแรกผมกลัวว่านุชี่จะตัดฉากเลิฟซีนมากจนเกินไป จนเยอะไปหรือเปล่า เพราะเราเคยคุยกันว่ากลัวว่าจะไปยัดเยียดตรงนั้นเยอะจนเกินไป แต่พอสุดท้ายมันเยอะนะครับ แต่มันดี เพราะโดยรวมเรื่องทั้งหมดมันจะอิ่มมาก ผมไม่รู้จะเล่ายังไง ไม่มีคำพูดสักคำว่าทำไมนุชี่ทำอย่างนี้ ก็คุยกันแต่แรกแล้วว่านุชี่เขาทำภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยหัวใจจริง ๆ ผม ทีมงาน โอ ก็ใช้หัวใจทำภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วยหัวใจจริง ๆ ผมก็อยากให้ทุกคนใช้หัวใจเข้าไปดูเหมือนกัน คือใช้หัวใจเข้าไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ไปดูในโรงหนังด้วยกัน เปิดใจกว้าง ๆ มันพรั่งพรู ภาพยนตร์นี้ไม่ใช่ปลายปิดครับ มันเปิดให้เราได้คิดว่าบทสรุปของตัวละครของภาพยนตร์จะเป็นยังไง แล้วก็ชอบมากที่นุชี่เอาเรื่องของศาสนา บายศรี ความเป็นความตาย เพศ มาเกี่ยวข้องกัน แล้วผมเชื่อแล้วว่าเขาทำได้ เพราะพวกเราทำด้วยกัน 

โอ : อยากจะบอกว่าภาพยนตร์นี้เป็นภาพยนตร์รักเรื่องนึงที่คนเข้าไปดูแล้วจะอิ่มเอมมาก ๆ มีประโยคนึงตอนที่เราไปดูที่ปูซาน เขาบอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นภาพยนตร์เกย์ในหนังเรื่องนี้เลย เขาเป็นผู้หญิง แต่เขากับรู้สึกว่านี่เป็นหนังรักที่มันทิ้งอะไรบางอย่างค้างอยู่ในใจเขา แล้วเขาก็พูดไปร้องไห้ไปด้วย ไม่ได้แปลว่าหนังมันเศร้าหรือมีความสุข แต่มันจะทิ้งความรู้สึกอิ่ม อยากให้ทุกคนได้เข้าไปสัมผัสหนังเรื่องนี้ไปด้วยกันครับ

นุชี่ : ภาพยนตร์เรื่องนี้ อยากให้คนไทยได้ชม เพราะมันเป็นภาพยนตร์ที่มันจะให้อะไรกับผู้ชม เพราะมันเป็นความพยายามของทีมงาน นักแสดง ที่จะทำให้มันเป็นภาพยนตร์ที่แตกต่าง แล้วก็น่าดู เพื่อที่จะทำให้วงการภาพยนตร์ไทยมีอะไรแปลกใหม่ ก็อยากจะฝากภาพยนตร์เรื่องนี้ไว้ด้วย เข้าโรง 15 กุมภาพันธ์ ขอบคุณค่ะ







G Village Team
Creative Community open for creative+artist to meet with Brand owners to inspire the ideas, co-creating and producing creative works ( Design I TV I Vdo I Web+Mobile I Photography )with full ranges of facilities and equipments support in one roof.