สุดยอดโฆษณาจากเวที Cannes Lions 2017

G VIllage Team

 
automatska-skica3.jpeg.jpg
 

ในช่วงใกล้สิ้นปีเช่นนี้ หลาย ๆ แบรนด์น่าจะกำลังวางแผนการเคลื่อนไหวและการโฆษณาในปีหน้าอยู่พอดี G Village จึงอยากชวนดูโฆษณาเด็ด ๆ จากงาน Cannes Lions 2017 เวทีประกวดโฆษณาและงานครีเอทีฟที่ใหญ่ที่สุดเพื่อเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน

นอกจากนี้ หลังงานประกาศรางวัลจบลง ทางเทศกาลยังได้สรุปเทรนด์ในการโฆษณาในปีที่ผ่านมาออกมาเป็นข้อ ๆ ซึ่งแบรนด์ต่าง ๆ ที่กำลังวางแผนสำหรับปีนี้ไม่ควรพลาดที่จะใส่ใจ

ผลลัพธ์สำคัญที่สุด

เป็นที่รู้กันดีว่าในแต่ละปี งานที่ส่งเข้าประกวดที่เทศกาลมีเป็นพัน ๆ ชิ้นและแน่นอนว่าผลงานจำนวนมากก็ล้วนครีเอทีฟดีเสียด้วย แล้วอย่างนี้การแพ้ชนะจะวัดกันที่ตรงไหน?

สไลด์สรุปจากเทศกาลอธิบายว่าสิ่งสำคัญที่เอามาวัดกันนั่นคือ ‘ผลลัพธ์’ นั่นเอง หรือแปลว่าหากแคมเปญโฆษณาของคุณอัดแน่นไปด้วยแนวคิดสุดเจ๋ง แต่ไม่สามารถทำให้คนเข้าถึงแคมเปญได้ หรือยอดขายไม่กระเตื้อง งานนั้นก็ไม่มีทางผ่านเข้ารอบไปคว้ารางวัลได้แน่ ๆ ส่วนแบรนด์ก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรนัก

โฆษณาที่เป็นตัวอย่างของผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมคือแคมเปญของร้านสะดวกซื้อ Walmart ในบราซิล ที่ซื้อพื้นที่หลังเสื้อของนักฟุตบอลทีมหนึ่งและเปลี่ยนหมายเลขของนักฟุตบอลเหล่านั้นให้เป็นราคาสินค้าลดราคาในร้าน วิธีนี้ทำให้ร้านได้เวลาโฆษณา 90 นาทีเต็ม ๆ เท่าเกมฟุตบอล แถมสื่อต่าง ๆ ก็เอาไปเขียนถึงมากมาย แบรนด์ก็ได้พื้นที่โฆษณากลับมาฟรี ๆ และเพราะชาวบราซิลรักฟุตบอลมากและดูฟุตบอลกันเป็นล่ำเป็นสัน ผลลัพธ์ของแคมเปญนี้คือยอดขายที่พุ่งกระฉูดถึง 40% มาร์เก็ตแชร์ที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่ และทำให้แบรนด์กลับมาผงาดอีกครั้ง

 
 

เมื่อแบรนด์เปลี่ยนตัวเองเป็นแฮ็กเกอร์

อีกเทรนด์ที่มาแรงในปีนี้คือการแฮ็กระบบใด ๆ ที่มีอยู่แล้วและสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คน โดยแคมเปญที่ทำได้ดีที่สุดในปีนี้น่าจะเป็นแคมเปญ Green Light Run Tokyo จากแบรนด์เครื่องกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง Adidas ที่เล่นใหญ่แฮ็กสัญญาณไฟคนเดินริมถนนกันไปเลย!

เพื่อฉลองการเปิดสาขาใหญ่ในฮาราจูกุที่จะโฟกัสเรื่องการวิ่งเป็นหลัก Adidas จึงจัดแคมเปญนี้ด้วยการจัดงานวิ่งมาราธอนในโตเกียวเมื่อต้นปีที่ผ่านมาโดยทำให้คนสามารถวิ่งต่อเนื่องได้ 42.195 กิโลเมตรโดยไม่ต้องหยุดที่ไฟแดงสักแยก!

วิธีการ ‘แฮ็ก’ สัญญาณไฟที่ว่าไม่ใช่การเจาะเข้าไปที่ระบบ (เพราะนั่นคงผิดกฎหมาย) แต่เป็นการขอข้อมูลจากสถานีตำรวจท้องถิ่นเรื่องรูปแบบของไฟจราจร ระยะทางระหว่างแต่ละจุด เวลาใช้วิ่งจุดต่อจุดที่เหมาะสม ส่วนนักวิ่งจะต้องใส่อุปกรณ์ที่จะตามเส้นทางการวิ่งของพวกเขา โดยอุปกรณ์จะสั่นเตือนเมื่อไฟสัญญาณจุดต่อไปกำลังจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและพวกเขาจะพลาดการวิ่งแบบต่อเนื่อง ทำให้นักวิ่งต้องเร่งสปีด กลายเป็นการวิ่งที่สนุกสนานและออกมาเป็นแคมเปญเท่ ๆ ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี

 
 

โลว์เทคแต่ไม่แพ้ เพราะแคร์เรื่องไอเดีย

แม้เทคโนโลยีจะกลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้การโฆษณาแบรนด์ก้าวไปอีกขั้น (เช่น แคมเปญแฮ็กสัญญาณไฟของ Adidas) แต่เอาเข้าจริงเวทีนี้ก็ยังยกให้ ‘ไอเดีย’ เป็นสิ่งสำคัญที่สุดอยู่ดี ดังที่เราจะเห็นว่าหลายแคมเปญเลือกที่จะเล่าอย่างเรียบง่าย แต่กลับได้ใจผู้คนไปอย่างจัง

หนึ่งในแคมเปญโฆษณาที่เน้นเรื่องไอเดียและเป็นที่ประทับใจของคนในปีที่ผ่านมาคือแคมเปญของ Transport Accident Commission Victoria หรือองค์การขนส่งของรัฐวิคตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย ที่ทำสื่อเล่าเรื่องราวของ ‘Graham’ ชายหนุ่มที่ถูกดีไซน์มาให้ปลอดภัยจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ปัญหาก็คือ พ่อหนุ่มคนนี้มีรูปร่างหน้าตาผิดมนุษย์ ทั้งหัวและคอที่ขยายใหญ่ และเนื้อหลาย ๆ ชั้นที่อกและพุง

แคมเปญนี้ทำให้คนฉุกคิดได้ว่าตราบใดที่เรายังไม่กลายร่างเป็นเหมือน Graham เราก็ไม่มีวันรอดจากเหตุร้ายแรงบนถนนได้ และหันมาขับรถอย่างระมัดระวังมากขึ้น แถมด้วยวิชวลอันเป็นเอกลักษณ์ ชาวเน็ตและสื่อจึงมีการพูดถึง Graham มากมาย แคมเปญนี้ก็ได้พื้นที่รณรงค์เพิ่มไปง่าย ๆ ทันที

 
 

มาช่วยโลกกันเถอะพวกเรา!

เทรนด์แคมเปญโฆษณาเพื่อช่วยเหลือโลกคือสิ่งที่อยู่คู่กับวงการโฆษณามาหลายปี และมีทีท่าว่าจะอยู่ต่อไปอีกนานแสนนานเพราะทำออกมายังไงก็ยังจับใจคน โดยชิ้นเด่น ๆ ที่เราอยากพูดถึงในปีที่ผ่านมาคือแคมเปญ Payphone Bank จากองค์กรโทรคมนาคม Tigo-Une แห่งประเทศโคลอมเบีย

แคมเปญนี้เข้ามาแก้ปัญหาให้ชนชั้นล่างในโคลอมเบียซึ่งมีรายได้เฉลี่ยเพียง 3.5 ดอลลาร์ต่อวัน ทำให้พวกเขาไม่เปิดบัญชีธนาคารและเหมือนถูกทิ้งอยู่นอกระบบการเงินของประเทศโดยสิ้นเชิง Tigo-Une จึงวางระบบให้คนสามารถฝากเงินได้ผ่านโทรศัพท์หยอดเหรียญและทำให้พวกเขาสามารถเก็บเงินได้แบบง่าย ๆ ตามที่เห็นได้ในวิดีโอ

 
 
และทั้งหมดนี้ก็คือสี่เทรนด์และสี่โฆษณาตัวอย่างจากเวที Cannes Lions ปีที่ผ่านมาที่น่าจับตามองและน่าหยิบเอาไปใช้ในปีถัดไป ไม่แน่ว่าแบรนด์หลาย ๆ แบรนด์ที่สามารถปรับใช้ได้เหมาะสม อาจจะก้าวขึ้นมาเป็นแบรนด์แถวหน้าที่ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง (รางวัล) ก็เป็นได้






G Village Team
Creative Community open for creative+artist to meet with Brand owners to inspire the ideas, co-creating and producing creative works ( Design I TV I Vdo I Web+Mobile I Photography )with full ranges of facilities and equipments support in one roof.